Author Topic: การล้างฟิล์มเบื้องต้น  (Read 888 times)

OmAPanDaY

  • Administrator
  • Junior
  • *****
  • Posts: 74
  • ความขยัน +0/-100
  • Chelsea Team
  • Location: BangKok
    • View Profile
  อุปกรณ์ต่างๆ ที่จะต้องใช้ในการตระเตรียม และในการบรรจุฟิล์ม...

   1. ถุงมืด (changing bag) เป็นถุงดำนิรภัย มีความหนาสองชั้น ใช้ในการบรรจุฟิล์มได้ดี ด้านหนึ่งมีช่องให้ใส่แขนสองช่อง (ขวาและซ้าย) สำหรับใส่แขนทั้งคู่เข้าไปทำงานในถุง มีขอบยางยืดช่วยกระชับ ไม่ให้แสงผ่านเข้าไปได้ อีกด้านหนึ่งมีช่องกว้าง ไว้ใช้ใส่กระบอกฟิล์ม และสิ่งของที่จำเป็นจะต้องใช้ มีซิปใช้เปิด-ปิดทั้งชั้นใน และนอก ถึงแม้ว่าจะมีที่มืดสนิทพอ ในการบรรจุฟิล์มก็ตาม ก็ยังขอแนะนำให้มีติดตัวไว้ใช้ 1 ถุง สำหรับ ยามฉุกเฉิน หรือยามที่อยากจะเล่น infrared film... ขอแนะนำให้ซื้อขนาดใหญ่ไปเลย จะสะดวกในการทำงานมากกว่า

   2. กระบอกล้างฟิล์ม (developing tank) และล้อสำหรับใช้โหลดฟิล์ม (reel) จะเลือกเป็น พลาสติคหรือว่าจะใช้ stainless steel ก็ย่อมได้ ไม่ว่ากัน ขนาดที่ใช้มาตรฐานทั่วไปคือ กระบอกขนาดที่สามารถใช้ล้างฟิล์มขนาด 35มม.ได้สองม้วน ในกระบอกเดียวกัน... เข้าใจว่าเวลาซื้อกระบอกพลาสติค เขาจะให้ล้อมาเพียงล้อเดียว ซึ่งเราจะต้องซื้อเพิ่มอีก 1 ล้อ ส่วนที่เป็น stainless steel นั้น เขาจะขายแยก ไม่มีล้อให้ต้องซื้อแยกต่างหาก (กระบอกประเภทพลาสติค สามารถใช้ล้อเดียวกันกับที่ใช้สำหรับฟิล์ม 35 มม. และล้างฟิล์ม 120 ได้อีกต่างหาก เนื่องจากตัวล้อสามารถขยายขนาดได้ ส่วนกระบอก stainless steel นั้นหากจะใช้ล้างฟิล์ม 120 ก็จะล้างได้เพียงม้วนเดียวเท่านั้น และจำเป็นต้องใช้ล้อเฉพาะขนาดอีกต่างหาก... และไม่แนะนำให้ซื้อกระบอก stainless steel ขนาดเล็กสุด ซึ่งจะใช้ล้างฟิล์ม 35 มม. ได้เพียงม้วนเดียว... จำกัดเกินไป)

   3. กรรไกร (scissors) หาขนาดเล็กๆไว้ 1คู่ เพื่อใช้ในการตัดหัวฟิล์ม (film leader) ก่อนจะทำการบรรจุเข้าล้อ และไว้ตัดส่วนท้ายสุดของฟิล์ม (หางฟิล์ม) ที่ติดเทปไว้กับแกน เมื่อบรรจุฟิล์มจนสุดม้วนแล้ว และใช้สำหรับตัดเนกาตีฟที่แห้งแล้ว ในการบรรจุเก็บเข้าซอง

   4. ที่เปิดขวด (bottle opener) ใช้สำหรับเปิดกลักฟิล์ม (casset) เพื่อนำฟิล์มออกมาบรรจุเข้าล้อ

   5. ที่ดึงหางฟิล์ม (film retreiver) ใช้สำหรับดึงหางฟิล์มออกจากกลัก



* น้ำยาเคมี และอุปกรณ์ ที่จะใช้ร่วมในการล้างฟิล์ม และใช้ในการผสม

   1. น้ำยาสร้างภาพของฟิล์ม (film-developer) ตัวนี้มีให้เลือกใช้ทั้งที่เป็นน้ำ (ผสมใช้ได้เลยตามสัดส่วน ที่บอกไว้ข้างขวดเก็บไว้ใช้ได้นาน) กับที่เป็นผง (ซึ่งจะ ต้องผสมใช้เองให้หมดทั้งซองในคราวเดียว อายุการเก็บสั้นกว่าอย่างชนิดน้ำ) มีให้เลือกหลายยี่ห้อด้วยกัน แต่ของ Kodak กับ Ilford จะเป็นที่นิยมและหาซื้อได้ง่ายกว่ายี่ห้ออื่น ใช้ได้เฉพาะฟิล์มอย่างเดียว... (มี Universal Developerที่สามารถใช้ได้กับฟิล์ม และกระดาษ แต่ยังไม่อยากจะแนะนำให้นำมาใช้ในระยะนี้)

   2. น้ำยาหยุดการสร้างภาพ (stop bath) เป็นน้ำ มีให้เลือกหลายยี่ห้อเช่นกันแต่ที่หาง่าย ก็จะมีของ Kodak เช่น Kodak Indicater Stop Bath และ Kodak 28% Acetic Acid...
      Indicater Stop Bath จะเปลี่ยนสี เมื่อประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ใช้ได้กับฟิล์ม และกระดาษ สัดส่วนของการผสมไม่ต่างกัน

   3. น้ำยาคงสภาพ (fixer) ตัวนี้ก็มีให้เลือกทั้งที่เป็นน้ำ และที่เป็นผง มีให้เลือกใช้หลายยี่ห้อเช่นกัน แต่ Kodak กับ Ilford ดูเหมือนว่าจะเป็นที่นิยมมากกว่า และหาซื้อได้ง่าย น้ำยาตัวนี้มีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท คือ "Hardening Fixer" กับ "Nonhardening Fixer" เราสามารถเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งได้ เพียงแต่ ว่าประเภท "Hardening" จะมีสารเคลือบให้กับผิวฟิล์ม และกระดาษป้องกันการขูดขีดข่วน ได้ดีกว่า "Nonhardening Fixer" ใช้ได้กับฟิล์มและกระดาษ
     
สัดส่วนของการผสม จะต่างกันบ้างในบางยี่ห้อ บางครั้งเราจะเห็นคำว่า "Rapid" อยู่หน้าคำว่า Fixer ด้วย ซึ่งหมายความว่า เป็นน้ำยาที่จะช่วยลดเวลา ในการใช้ให้สั้นลง... หากคิดว่าจะนำภาพไปย้อม (toning) ในอนาคตควร เลือกใช้ประเภท "Nonhardening" โดยปรกติทั่วไปแล้ว เขาก็จะใช้กันอยู่แค่นั้นละครับ บางคนถึงกับไม่เคยใช้ stop bath ซะด้วยซ้ำไป บอกว่าไม่จำเป็น...ใช้น้ำก็พอแล้ว แต่ถ้าเราต้องการที่จะให้งานของเราออกมามีคุณภาพดี ก็ควรจะใช้สิ่งของตามที่ได้รับการกำหนดมา ให้ใช้ตามขั้นตอน และถ้าหากว่าต้องการที่จะให้งานของเราดีขึ้น ก็ควรจะรวมน้ำยาอีกสองตัว ตามที่แนะนำมาข้างล่างนี้เข้าไปด้วย เพราะมันจะช่วยทำให้ชีวิตในห้องมืดสบายขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง... หากจะถามว่า จำเป็นหรือที่จะมีไว้ใช้ ?... หลายคนอาจจะบอกว่าไม่จำเป็น... แต่โดยส่วนตัวแล้วขอตอบว่า จำเป็นและสมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้... เหตุผลก็มาจาก คุณประโยชน์ของตัวมันเองครับ

   4. น้ำยาช่วยล้าง (wash-aid) มีให้เลือกใช้ทั้งแบบที่เป็นน้ำ และเป็นผงซึ่งจะต้องนำไปผสมกับน้ำเพื่อ ทำเป็น working solution สำหรับใช้ต่อไป.. ทำหน้าที่ช่วยขจัดน้ำยาคงสภาพ ที่ตกค้างอยู่บนฟิล์ม และกระดาษให้หมดไปได้เป็นอย่างดีและอย่างอย่างรวดเร็ว... จึงสามารถช่วยลดเวลาในการล้างฟิล์ม และกระดาษด้วยน้ำก๊อกลงไปมาก ซึ่งผลดีที่จะตามมาก็คือ จะช่วยประหยัดได้ทั้งเวลาและน้ำได้มากทีเดียวละครับ ที่ผมใช้ก็มีอยู่ตัวเดียว คือ Kodak Hypo Clearing Agent... ใช้ได้กับฟิล์มและกระดาษ

   5. น้ำยาเคลือบผิว (wetting agent) ที่หาใช้ได้ง่ายที่สุดคือ Kodak Photo-Flo แต่ก็ มียี่ห้ออื่นให้เลือกใช้ครับ... ทำหน้าที่ลดความตึงของผิวฟิล์ม ลดการเกาะของหยดน้ำบนผิวฟิล์ม (ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ฟิล์มเป็นจุดด่าง ยากต่อการทำความสะอาดภายหลัง) และช่วยให้ฟิล์มแห้งเร็วขึ้นด้วย

   6. ปรอท (thermometer) เครื่องมือใช้วัด อุณหภูมิ เพื่อควบคุมอุณหภูมิของน้ำ และน้ำยา ที่จะใช้ในกระบวนการล้างฟิล์ม ปรอทประเภท stainless steel ที่ มีแป้นแสดงรายละเอียดด้านบน ค่อนข้างจะแม่นยำ และอ่านค่าได้ง่าย โดยที่เราสามารถทิ้งปรอทแช่อยู่ในน้ำ หรือน้ำยา ไม่ต้องดึงออกมา... แต่เนื่องจากหาใช้ค่อนข้างจะยาก และแพงอยู่สักหน่อย หาแบบเป็นหลอดแก้วใช้ไปก่อนก็ได้ครับ

   7. นาฬิกาจับเวลา (timer/stopwatch) ใช้นาฬิกาอะไรก็ได้ แต่ถ้าจะให้ดีควรเป็นนาฬิกาจับเวลาประเภทนับถอยหลังได้ ใช้จับเวลาในการเขย่าล้างฟิล์ม จะใช้นาฬิกาข้อมือ ที่มีเข็มวินาที หรือที่เป็นดิจิตัลก็ได้

   8. ถ้วยตวงประเภทปากลีบ (graduate beaker) ใช้สำหรับวัด/ตวงปริมาณของน้ำ และน้ำยาเคมีที่ จะใช้ในการล้างฟิล์ม ควรจะเลือกหาประเภทที่บอกสัดส่วนละเอียดหน่อย เพื่อความสะดวกในการมอง และง่ายต่อการผสม แบบที่ใช้ในการทำอาหาร และขนมทั่วไปละเอียดไม่พอครับ

   9. โถ/เหยือกผสม (mixing jars) ใช้สำหรับผสมน้ำยาเคมี ที่จะใช้ในการล้างฟิล์ม จะใช้เหยือกแก้วหรือ เหยือกพลาสติคธรรมดาก็ได้... ขนาด 2 ลิตร 2 ใบ ก็น่าจะใช้ได้

  10. ภาชนะใส่น้ำยาในการเตรียมการล้าง (jug /pitcher) อาจเป็นโถ หรือเหยือกที่มีปากเป็นร่องลีบ เพื่อสะดวกในการ เท/ริน เป็นแก้วจะดีกว่าพลาสติค ในเรื่องของการทำความสะอาด ขนาดไม่ต้องใหญ่ จุได้ปริมาณเดียวกันกับกระบอกล้างฟิล์มก็พอ มีไว้ใช้ให้ครบกับน้ำยาที่จะต้องใช้ คือน้ำยาสร้างภาพ น้ำยาหยุดการสร้างภาพ น้ำยาคงสภาพ และน้ำยาช่วยล้าง จะดีที่สุดควรใช้ปากกากันน้ำเขียนกำกับไว้ว่า ชิ้นใดสำหรับใช้กับน้ำยาใด เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการใช้

  11. ภาชนะใช้เก็บน้ำยา (storage bottle/container) หากจะผสมน้ำยาจากผงเคมีหรือที่จะ ทำเป็น working solution จากน้ำยาประเภทน้ำ จะได้ไม่ต้องตวงกันบ่อยๆ ควรจะหาภาชนะที่สามารถจุได้ประมาณ 4 ลิตร หรือ 2 ลิตร สองใบเพราะผงเคมีที่จะใช้ผสม เป็นน้ำยาส่วนใหญ่ แล้วจะผสมได้ประมาณ 3.8 ลิตร ต่อ 1 ซอง ส่วน Kodak Hypo Clearing Agent นั้น 1 ซองจะผสมได้ 5 แกลลอนครับ ฉนั้น หากจะใช้ก็ต้องหาภาชนะใหญ่ๆ มาเตรียมเอาไว้... ส่วนภาชนะที่จะใช้เก็บน้ำยาทีใช้แล้ว เพื่อที่จะนำไปใช้ต่อในครั้งต่อไป เช่นน้ำยาสร้ างภาพ และ น้ำยาคงสภาพนั้น ขนาดไม่ต้องใหญ่นัก ใช้ขนาดเดียวกันกับขนาดของกระบอกที่ใช้ในการล้าง หรือใหญ่กว่านิดหน่อยก็น่าจะได้... ควรเขียนชื่อบอกประเภทของน้ำยาให้ชัดเจนบนขวด จะได้ไม่มีปัญหาในการใช้... ส่วนน้ำยาอื่นๆ เช่นน้ำยาหยุดการทำงาน น้ำยาช่วยล้าง และน้ำยาเคลือบ ไม่จำเป็นต้องเก็บครับ เพราะส่วนผสมไม่มากมายอยู่แล้ว ใช้เสร็จก็ทิ้งไปได้เลย

  12. กรวย (funnel) ใช้สำหรับกรองน้ำยา หรือผงเคมีที่จะใช้ผสมเป็นน้ำยาใส่ ขวด ควรเลือกหาประเภทที่มีที่กรองในตัวมาใช้ ก็จะดีครับ

  13. น้ำกลั่น (purified water) เป็นน้ำสะอาดปราศจากสิ่งแปลกปลอม ที่จะทำร้ายฟิล์มได้ใช้ ในการผสมน้ำยาเคมี

  14. ไม้คนในการผสมน้ำยา (stirring rod/mixing rod) จะใช้ตะเกียบ หรือช้อน stainless steel ด้ามยาวแบบใช้ผสมเหล้าก็ได้

  15. ถุงมือยาง (rubber gloves) สำหรับความปลอดภัย กับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการแพ้น้ำยาเคมีต่างๆ