Author Topic: การล้างฟิล์มขั้นที่ 2  (Read 638 times)

OmAPanDaY

  • Administrator
  • Junior
  • *****
  • Posts: 74
  • ความขยัน +0/-100
  • Chelsea Team
  • Location: BangKok
    • View Profile
Re: การล้างฟิล์มขั้นที่ 2
« on: February 01, 2011, 01:23:54 pm »
ขั้นตอนในการเสียบฟิล์มเข้ากับล้อตอนเริ่มต้นนั้น สามารถทำก่อนที่จะนำเข้าถุงได้ครับ... ที่บอกให้เตรียมที่เปิดขวดเอาไว้ด้วย ก็เพราะบางท่านอาจจะอยากถอดฟิล์มออกจากกลักให้หมดในการโหลด ตามที่หลายท่านอาจจะได้เคยได้ยิน ได้ทราบมาก็จะได้ทำได้ไงล่ะครับ... โดยส่วนตัวแล้วผมจะไม่ทำวิธีนี้ด้วยสาเหตุหลายประการเช่นเมื่อส่วนของฟิล์ม ที่ห้อยอยู่ไม่มีน้ำหนัก ฟิล์มก็จะม้วนพันกัน ซึ่งจะทำให้การโหลดเป็นไปด้วยความลำบาก และอาจจะเกิดอุบัติเหตุอื่นๆ อันจะทำให้ฟิล์มเป็นรอยได้เป็นต้น... แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า วิธีที่ผมทำดีกว่า หรือถูกต้องนะครับ... เพียงแต่ถนัดกว่าเท่านั้นเอง ท่านผู้อ่านควรลองทำดูทั้งสองวิธีนะครับ จะได้ทราบว่าถนัดหรือชอบวิธีใดมากกว่ากัน พักเหนื่อยกันก่อนก็ได้ครับผมเองก็เมื่อยนิ้วในการจิ้มแป้นพิมพ์จะแย่อยู่ แล้วเหมือนกัน...



เอาละครับพักกันพอแล้วมาทำงานกันต่อดีกว่า...
หานาฬิกาสำหรับใช้จับเวลา ได้กันหรือเปล่า? ถ้ายังไม่มีก็ไม่เป็นไรครับ ใช้นาฬิกาข้อมือไปก่อนก็ได้... OK...เดี๋ยวครับ... เดี๋ยว... ใจเย็นๆ... มาทำความเข้าใจกับเรื่องของอุณหภูมิของน้ำยา และเวลาที่จะต้องใช้ล้างกันซะก่อน แล้วก็วิธีและขั้นตอนของการเขย่ากระบอกล้างฟิล์มกันซักนิด ก่อนที่จะออกเดินทาง เวลาที่จะเราใช้ในการล้างฟิล์มสำหรับ T-MAX developer ก็จะบอกอยู่บนฉลากข้างขวดแล้วเหมือนกันว่า เมื่อใช้ฟิล์ม ISO ใดใช้อุณหภูมิใด จะใช้เวลาล้างกี่นาที... เช่นเราใช้ฟิล์ม T-MAX ISO100 และถ่ายที่ ISO 100 เราใช้อุณหภูมิที่ 20 C/68 F เราจะต้องใช้เวลาล้างที่ 8 นาที ... เมื่อเราใช้อุณหภูมิที่ 22 C/72 F เราต้องใช้เวลาล้างที่ 7 นาที... และ หากเราใช้อุณหภูมิที่ 24 C/75 F เราก็จะต้องใช้เวลาล้างที่ 6.5 นาทีเป็นต้น... เลือกเอาครับ... ในส่วนของน้ำยาอื่นๆ ก็จะมีเวลาบอกไว้บนฉลากอย่างชัดเจน รับรองไม่มีการหลงทางแน่นอน... หากน้ำยาที่จะใช้เย็นเกินไปให้หาขวด หรือแก้ว หรือถุงร้อนก็ได้ ใส่น้ำร้อนแล้วก็จุ่มลงไปในโถใส่น้ำยา จนได้อุณภูมิที่ต้องการ... ทำทีละน้ำยาครับ ควรจะล้างขวดแก้ว หรือเปลี่ยนถุงเมื่อจะนำไปใช้กับน้ำยาตัวต่อไป... หากอุณหภูมิสูงเกินไปก็ให้ทำวิธีเดิม แต่เปลี่ยนจากน้ำร้อนมาเป็นน้ำเย็น หรือน้ำแข็งแทน

สิ่งที่ต้องเตรียมขั้นต่อไปคือ คีมรีดน้ำออกจากฟิล์ม หรือจะใช้ฟองน้ำที่ละเอียดสำหรับใช้เช็ดฟิล์มก็ได้... ที่หนีบฟิล์มหรือที่หนีบผ้าสำหรับตากฟิล์ม... กระดาษหนังสือพิมพ์ฉบับเมื่อวาน สำหรับรองน้ำเวลาเช็ดฟิล์ม และสถานที่ที่จะใช้ในการตากฟิล์ม



เอาละ... ทุกอย่างน่าจะพร้อมแล้ว... สมมุติว่าเราได้เลือกอุณหภูมิของการล้างไว้ที่ 20 C และได้ปรับอุณหภูมิของทุกอย่างไว้ที่ 20 C แล้วก็ศึกษาการเขย่าซักนิด... ในการเขย่าให้เลือกหาวิธีที่ถนัด มาใช้ในการขับเคลื่อนให้น้ำยาทำงานได้อย่างต่อเนื่อง... ไม่เร็วเกินไปหรือช้าเกินไป... และควรจะใช้วิธีการเขย่าแบบเดียวกันจนจบขั้นตอนในการล้างฟิล์ม... สำหรับเวลาในการเขย่า และเวลาพักในช่วงระหว่างการใช้น้ำยาสร้างภาพ ก็จะบอกอยู่บนฉลากข้างขวดอยู่แล้วส่วนการเขย่าในขั้นตอนของน้ำยาอื่นๆ นั้น ก็จะใช้วิธีเดียวกัน... พร้อมแล้ว... ไปได้เลยครับเรา... เราตั้งเวลาล้างไว้ที่ 8 นาทีใช้อุณหภูมิ ที่ 20 C/68 F เปิดจุกของกระบอกล้างออก กดนาฬิกาตั้งเวลา รินน้ำยาสร้างภาพลงไปในร่องของกระบอกล้างฟิล์มจนหมดเหยือก  ปิดจุก ขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 15 วินาที ขึ้นอยู่กับประเภทของกระบอก... จับกระบอกกระแทกกับพื้นที่ใช้ทำงานเบาๆ ซักครั้ง หรือ สองครั้ง เพื่อเป็นการไล่ฟองอากาศออกจากฟิล์ม แล้วก็เขย่าตามวิธีที่ชอบ ประมาณ 30 วินาที แล้วหยุดพัก 30 วินาที แล้วก็เขย่าไป 15 วินาทีพัก 30 วินาที... ไปเรื่อยจนครบเวลาล้าง... ให้เทน้ำยาออกจากกระบอกซัก 15 วินาทีก่อนที่จะครบ 8 นาทีเพราะถ้าปล่อยให้ถึง 8 นาทีแล้วรินน้ำยาออก เราก็อาจจะล้างฟิล์มเกินเวลาไป 15 วินาทีครับ



ในช่วงระยะเวลาของการสร้างภาพ เวลาที่ขาดหรือเวลาที่เกิน แม้จะเพียงแค่ 10 หรือ15 วินาที ก็สำคัญมากนะครับ น้ำยาล้างฟิล์มจะเก็บ หรือจะทิ้งก็ทำตามใจชอบ... โดยส่วนตัวแล้วไม่เก็บครับ... สำหรับน้ำยาหยุดการสร้างภาพนั้น เราให้เวลาเพียง 30 วินาทีเท่านั้นเอง เมื่อรินน้ำยาสร้างภาพออกเรียบร้อยแล้ว ก็รินน้ำยาหยุดการสร้างภาพใส่กระบอก เขย่าซัก 15 วินาที แล้วก็เททิ้งน้ำยาต่างๆ รวมทั้งตัวนี้ หากว่าเวลาจะเกินเลยไปบ้าง ก็จะไม่เป็นอันตรายต่อฟิล์มครับ... ตั้งเวลาใหม่ ประมาณ 10-15 นาที (ผมใช้ 12 นาที) รินน้ำยาคงสภาพใส่กระบอก เขย่าประมาณ 15-20 วินาทีทุกๆ นาที จนครบเวลาที่ตั้งไว้ น้ำยาตัวนี้จะเก็บไว้ใช้ต่อได้ครับ หรือจะทิ้งไปก็ไม่ว่ากัน... ในช่วงนี้ เราสามารถเปิดฝากระบอกให้รับแสงได้แล้วครับ...



ล้างฟิล์มด้วยน้ำก๊อกประมาณ 30 วินาทีรินน้ำออก... ใส่น้ำยา hypo-clearing agent ลงไปในกระบอกจะเขย่า หรือขยับ หรือยกแกนใส่ล้อฟิล์มขึ้นลงก็ทำได้ตามใจชอบ จนครบเวลา ประมาณ 1 นาที แล้วเททิ้ง จากนั้นก็ล้างน้ำโดยปล่อยให้น้ำวิ่งผ่านกระบอกฟิล์มประมาณ 20-30 นาที...ถ้าหากไม่ใช้ hypo-clearing agent ก็จะต้องปล่อยให้น้ำวิ่งผ่านกระบอกฟิล์มประมาณ 45 นาที - 1 ชั่วโมง... เมื่อเสร็จแล้วก็ลงด้วยน้ำยาเคลือบผิว 30 วินาที... จะเขย่า หรือขยับ หรือยกแกนใส่ล้อฟิล์มขึ้นลง ก็ทำได้ตามใจชอบอีกเช่นกันจนครบเวลา



นำกระดาษหนังสือพิมพ์ที่เตรียมไว้ มาปูตรงที่จะยืนรีดน้ำจากฟิล์ม... พร้อมแล้ว... แกะล้อฟิล์มออกจากกัน จับขอบฟิล์มหาปลายด้านหนึ่งด้านใดของฟิล์ม เมื่อพบแล้วให้จับไว้ด้วยนิ้วชี้กับนิ้วโป้งของมือหนึ่ง ยกฟิล์มให้สูงไว้เหนือพื้น ส่วนอีกมือจับคีมรีดน้ำ ที่ได้แช่ในน้ำยาเคลือบผิวให้ยางนุ่มรอไว้แล้ว...



คีมไปคีบให้ชิดสุดด้านบนของฟิล์มที่อีกมือจับอยู่ คีบฟิล์มประมาณกลางๆ คีม บีบคีมเข้าด้วยกันไม่ต้องแน่นมากเดี๋ยวจะเป็นรอยถลอก เพราะเยื่อของฟิล์มยังนุ่มอยู่กะให้พอแตะผิวฟิล์มทั้งสองด้าน แล้วดึงคีมลงมาให้สุดปลายด้านล่าง ด้วยการดึงลงมาครั้งเดียว ไม่ควรสะดุด หรือหยุดกลางทาง พอเสร็จก็นำที่หนีบ (ปรกติจะมาเป็นคู่ชิ้นหนึ่งเบา ชิ้นหนึ่งหนัก) มาหนีบฟิล์มนำชิ้นเบาคีบด้านบนไว้ แล้วใช้ชิ้นที่หนักคีบด้านล่างเพื่อให้มีน้ำหนักถ่วง ฟิล์มจะได้ไม่งอหรือแกว่งได้ง่าย... นำฟิล์มไปแขวนตากในที่ที่ไม่มี ฝุ่น หรือโดนฝุ่นน้อยที่สุด... รอให้แห้ง... เป็นอันว่าสุดสิ้นภาระอันสำคัญยิ่งของพวกท่านไปแล้วละครับ เพื่อนๆ... ทุกๆท่านที่ได้ล้างฟิล์มกันวันนี้คงจะได้เห็นผลงานชิ้นเอกที่ท่านๆ ได้ผลิตกันมาแล้วนะครับ ในระหว่างรอให้ฟิล์มแห้งนี้ ก็นำสิ่งของต่างๆ ออกจากถุงมืด เก็บเข้าที่ทำความสะอาดกระบอกล้างฟิล์ม แกน ล้อใส่ฟิล์ม และภาชนะต่างๆที่ได้นำออกมาใช้ รวมทั้งบริเวณที่ใช้ทำงาน ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดมาใช้ล้าง เพียงล้างด้วยน้ำให้สะอาดก็พอเพียงแล้ว เพราะภาชนะที่จะใช้ใส่น้ำยา ก็ของใครของมันอยู่แล้ว ไม่มีการปะปนกัน... (เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้คนในบ้าน หากได้นำสิ่งของใดมาใช้ในการทำงาน กับน้ำยาเคมีแล้ว ขอให้เก็บเอาไว้ใช้ ให้เป็นส่วนของห้องมืดไปเลยครับ ซื้อของใหม่มาแทนสำหรับใช้ในครัวต่อไปจะดีกว่า)



อนนี้ก็ไปเตรียมหาซองใส่เนกาตีฟ... (อ๊ะ!ทำไมเมื่อตะกี๊ยังเป็นฟิล์มอยู่เลย ไหงจึงได้กลายมาเป็นเนกาตีฟไปเฉยเลยล่ะ?... ใครทราบวานบอกที!) มารอใส่เนกาตีฟที่กำลังจะแห้งได้แล้วละครับ... หากไม่มี ก็ไปยืมมาจากซองใส่เนกาตีฟสี หรือซองที่ใส่ฟิล์มสไลด์เก่าๆ มาใช้ก่อนก็ได้ ในห้องที่เปิดแอร์... ประมาณครึ่งชั่วโมงก็น่าจะแห้งแล้วละครับ พอเนกาตีฟแห้งดีแล้วก็นำมาตัดออกเป็นท่อน หรือเป็นส่วนๆ ที่เท่าๆ กัน คือ 6 ท่อนโดยให้มี 6 เฟรม ต่อหนึ่งท่อน หากถ่ายมาได้ 36 เฟรม ก็จะได้หกส่วนพอดี 6x6=36... ทีนี้มันจะไม่มีอะไร ที่จะเที่ยงตรงถึงขนาดนั้นเสมอไปได้ สำหรับบางกล้อง บางทีเราก็ถ่ายได้ 37 เฟรม บางทีก็ได้ 38 เฟรม บางทีก็ขึ้นชัตเตอร์ไปได้เรื่อยๆ ไม่ยอมหมดม้วนซักกะที เกิดอะไรขึ้นหว่า...เนี่ยะ? ปกติแล้วเวลาที่เราจะตัดอะไรสักอย่าง เรามักจะตัดจากตันไปหาปลาย หรือหัวไปหาหาง... ทีนี้ถ้าเราตัดเนกาตีฟจากหัว (เฟรมแรก1) ไปท้าย (เฟรมสุดท้าย36) ถ้ามันพอดี 36 เฟรม ก็วิเศษ แต่ถ้ามี 37 เฟรม มันก็จะมีเศษเหลือ 1 เฟรมโด่ๆ หรือถ้าได้ 38เฟรม มันก็จะมีเศษ 2 เฟรมสั้นๆ จะหยิบออกมาใช้ หรือเก็บใส่ซองก็ลำบาก ซ้ำยังดูด้วนๆ อีกด้วย... ดังนั้น เราจึงควรย้อนศรกลับไปตัดที่ท้ายเนกาตีฟขึ้นมา เพราะที่ส่วนหัวของเนกาตีฟ มันจะมีส่วนที่เราไม่ได้ใช้ถ่ายติดมาอยู่ด้วย ซึ่งยาวพอประมาณที่จะช่วยต่อความยาวให้กับเฟรมต้นๆ ที่มันสั้นๆ ได้ครับ... ในกรณีที่เราถ่ายมาเกิน 36... เมื่อเก็บเนกาตีฟใส่ซองเรียบร้อยแล้ว จะนำไปให้ใครอัด-ขยายให้ก็ได้ หรือว่าจะเก็บเอาไว้อัด-ขยายเองในคราวที่ชมรมฯ ได้จัดให้มีกิจกรรมในการอัดภาพก็ได้ ไม่ว่ากัน... ใครที่พอมีความรู้ในเรื่องของการอัด-ขยาย จะทำล่วงหน้าไปก่อนก็ได้ หรือว่าจะรอให้ถึงเดือนหน้า แล้วมาทำตามๆ กันไปก็ได้

พรรคพวกที่ยัง ไม่มีห้องมืด ก็คงจะต้องขวนขวายไปเยี่ยมเยียนเพื่อนๆ ที่มีห้องมืด หรือหมั่นไปเยี่ยมเยียนสถาบันเดิม ไปเข้าชมรมถ่ายภาพของที่ทำงาน (ถ้ามีและมีห้องมืด) หรือไม่ก็คงจะต้องไปเช่าเอาแล้วละครับ... นอกจากว่า จะเริ่มทำห้องมืดขึ้นมาหรือไม่ก็นำไปให้คนอื่นช่วยทำต่อให้... หรือบางท่านอาจจะบอกว่าเอาเพียงแค่พอล้างฟิล์มเป็นก็พอแล้ว ... ก็ไม่ว่ากันอยู่แล้วละครับ

ระหว่างนี้ ใครมีคำถามอะไรก็โพสไปที่ www.bwthai.org ได้ครับ คิดว่าคงจะพอที่จะช่วยแนะนำอะไรๆ ให้กันได้ครับ