Author Topic: การล้างฟิล์มเบื้องต้น  (Read 886 times)

OmAPanDaY

  • Administrator
  • Junior
  • *****
  • Posts: 74
  • ความขยัน +0/-100
  • Chelsea Team
  • Location: BangKok
    • View Profile
การล้างฟิล์มเบื้องต้น
« on: February 01, 2011, 01:10:51 pm »
เขียนโดย อ.ศรศักดิ์   Monday, 10 July 2006

"ยังไม่มีห้องมืดแต่อยากล้างฟิล์มเป็นก่อน... จะต้องมีอุปกรณ์ หรือต้องเตรียมอะไรบ้าง?"

นั่น คือคำถามยอดนิยม ที่เพื่อนสมาชิกหลายต่อหลายคน ได้ไถ่ถามกันเข้ามา บ้างบอกมาว่าไม่มีห้องมืด บ้างก็ว่ายังไม่มีห้องมืด แต่คิดว่ากำลังจะมี บ้างก็บอกว่า ไม่คิดว่าจะมีได้ เพราะเนื้อที่ที่บ้านจำกัด แต่ก็อยากจะมีความรู้ ในเรื่องการล้างฟิล์มละ...อยากจะล้างฟิล์มให้เป็นก่อน แล้วก็อาจจะไปเช่าห้องมืด ลองอัดขยายดูเองบ้าง หรือนำไปให้ผู้อื่น ที่เชี่ยวชาญอยู่ช่วยทำให้ บ้าง... ทีนี้ เนื่องจากว่า ยังไม่เคยเห็น หรือได้มีโอกาสสัมผัสกับห้องมืดมาก่อน ก็เลยมืดไปหมดทั้งแปดด้าน ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร? ที่ไหน? หรือว่าจะต้องมีอะไรไว้ใช้กับเขา บ้าง? หรือว่าจะต้องตระเตรียมอะไรไว้บ้าง.. ครั้นจะรอให้ชมรมฯ จัด darkroom workshop ในครั้งต่อไป ก็อาจจะพลาดได้อีกเช่นเคย...
ทีนี้ถ้าเป็นไปได้ ก็เพียงแค่ เรื่องล้างฟิล์มอย่างเดียว ซึ่งก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีห้องมืดอยู่แล้ว ทางชมรมฯ จะเข้า มาช่วย มาบอก มาเล่า มาแนะนำ มาอธิบาย หรือ มาพูดคุยให้อ่านกันตรงนี้จะได้มั้ย? จะได้เตรียมตัวหาข้าวของเอาไว้ใช้... หรือสะสมเอาไว้ล่วงหน้า ก่อนที่จะมีห้องมืดใช้เป็นส่วนตัว

ตอบอย่างไม่ต้องคิดเลยว่า... ได้อยู่นะ... และก็คิดว่า ดีซะอีกด้วยซ้ำไปซิ เพราะว่าอย่างน้อยที่สุด เพื่อนๆ สมาชิกก็จะได้รู้และเข้าใจ ถึงขั้นตอนในการทำงานการสร้างภาพครึ่งแรกไปแล้วละทีนี้ ได้ฟังใครเค้าพูดถึงเรื่องการล้าง ฟิล์มในครั้งต่อๆ ไปก็จะทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น แถมยังจะพอมีเรื่องพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ และความคิดเห็นกับเขาได้อีกด้วยไงล่ะ... หรือว่าบางคนอาจจะเพียงแค่อยากจะรู้เอาไว้เป็นพื้นฐาน สำหรับก้าวขั้นต่อไป... ก็แล้วแต่

อันที่จริงแล้ว เรื่องของการล้างฟิล์มเบื้องต้นนี้มันง่ายจริงๆ ไม่มีอะไรยากเลย... จริงๆ นะ เพียงแค่หาข้าวของที่จะต้องใช้มารวมๆ กันแล้วก็ลงมือทำ... ก็แค่นั้นเอง... ตามมาอ่านกันดีกว่า จะได้รู้ว่ามันแสนจะง่ายเพียงไร...ในขั้นต้นนี้ ...ก่อนที่เราจะไปทำการล้างฟิล์มกัน ผมอยากจะแนะนำของใช้ และสิ่งต่างๆ ที่จะต้องมี (ควรจะมีอาจจะมี หรือว่าบางคนอาจจะได้เคยไปพบเห็น ในห้องมืดของผู้อื่นเข้าแล้วแต่ไม่รู้ว่า เขามีเอาไว้ทำไม หรือเพื่ออะไร ก็จะได้รู้แจ้งเห็นจริงซะที หรืออาจจะกำลังคิดอยู่ว่าจะมีไอ้นี่ดีไม๊เนี่ยะ... ก็จะได้ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น) ก็เลยขอจัดแบ่งกลุ่มของเหล่าสิ่งของต่างๆ ที่จะต้องมีไว้ใช้ในการล้างฟิล์ม และไว้ใช้ร่วมในการล้าง ฟิล์มออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ด้วยกัน... เพื่อที่ว่าจะได้ช่วยให้มองเห็นภาพเป็นจุดๆ ไปซะก่อนซึ่งก็จะช่วยให้สามารถมองเห็นภาพรวมได้ง่าย และชัดเจนขึ้นในขั้นต่อไป...

กลุ่มที่จัดแบ่งไว้มี...
    * อุปกรณ์ต่างๆ ที่จะต้องมีต้องใช้ ในการตระเตรียม และในการบรรจุฟิล์ม
    * น้ำยาเคมีและอุปกรณ์ที่จะใช้ร่วมในการล้างฟิล์ม และใช้ในการผสมน้ำยา
    * ของใช้หลังจากที่ฟิล์ม ได้ผ่านกระบวนการล้างมาจนครบขั้นตอนแล้ว
    * สิ่งอื่นๆที่สมควรที่จะต้องมี และของกระจุกกระจิกที่จะต้องใช้



ก่อน อื่นใด... ขอแนะนำให้ซื้อ ถุงมืด (changing bag) มาใช้ในการนี้จะดีกว่า เพื่อที่จะช่วยทำให้ ชีวิตในช่วงของการโหลดฟิล์ม สบาย และน่าทำบ่อยขึ้น... ถุงมืดเท่าที่สัมผัสมา มีอยู่หลายรูปแบบด้วยกัน แต่ที่จะแนะนำให้ใช้ในกรณีนี้คือ ประเภทที่สามารถพกพาได้ ถุงมีลักษณะคล้ายเสื้อยืด มีแขนสองข้างเป็นถุงสองชั้น ชั้นในเป็นผ้าดำ และชั้นนอกเป็นผ้ายาง หรือผ้าเคลือบยางสีดำ สามารถพับให้มีขนาดเล็กได้ เท่าที่ทราบมีอยู่สองขนาดด้วยกันคือ ขนาดเล็ก16x16นิ้ว กับขนาดใหญ่ 26x36 นิ้ว...

การโหลดฟิล์มในถุงมืด เราสามารถจะทำที่ไหนก็ได้... ดูทีวีในห้องแอร์ไปพร้อมๆ กันก็ยังได้.. แม้นว่าจะหาห้องที่มืดได้แล้วก็ตาม มันจะต้องมืดสนิทจริงๆ เพราะหากว่า คุณใช้เวลาใการโหลดฟิล์มนานเกินไป ในห้องที่ไม่มืดสนิทจริงๆ แล้วละก็ ฟิล์มก็จะมีโอกาส fog ได้เหมือนกัน และหากห้องนั้นไม่มีแอร์ด้วยแล้วละก็... จะร้อน และอึดอัดมากๆ... ผมเองมีถุงมืดอยู่ในครอบครองสองขนาดด้วยกัน คือขนาดเล็กติดกระเป๋ากล้อง 35 มม. และ 120 ไว้อยู่เสมอ ส่วนขนาดใหญ่นั้นจะอยู่กับกล่อง ของกล้อง 4x5 สำหรับงานภาคสนาม

Share on Bluesky Share on Facebook


OmAPanDaY

  • Administrator
  • Junior
  • *****
  • Posts: 74
  • ความขยัน +0/-100
  • Chelsea Team
  • Location: BangKok
    • View Profile
  อุปกรณ์ต่างๆ ที่จะต้องใช้ในการตระเตรียม และในการบรรจุฟิล์ม...

   1. ถุงมืด (changing bag) เป็นถุงดำนิรภัย มีความหนาสองชั้น ใช้ในการบรรจุฟิล์มได้ดี ด้านหนึ่งมีช่องให้ใส่แขนสองช่อง (ขวาและซ้าย) สำหรับใส่แขนทั้งคู่เข้าไปทำงานในถุง มีขอบยางยืดช่วยกระชับ ไม่ให้แสงผ่านเข้าไปได้ อีกด้านหนึ่งมีช่องกว้าง ไว้ใช้ใส่กระบอกฟิล์ม และสิ่งของที่จำเป็นจะต้องใช้ มีซิปใช้เปิด-ปิดทั้งชั้นใน และนอก ถึงแม้ว่าจะมีที่มืดสนิทพอ ในการบรรจุฟิล์มก็ตาม ก็ยังขอแนะนำให้มีติดตัวไว้ใช้ 1 ถุง สำหรับ ยามฉุกเฉิน หรือยามที่อยากจะเล่น infrared film... ขอแนะนำให้ซื้อขนาดใหญ่ไปเลย จะสะดวกในการทำงานมากกว่า

   2. กระบอกล้างฟิล์ม (developing tank) และล้อสำหรับใช้โหลดฟิล์ม (reel) จะเลือกเป็น พลาสติคหรือว่าจะใช้ stainless steel ก็ย่อมได้ ไม่ว่ากัน ขนาดที่ใช้มาตรฐานทั่วไปคือ กระบอกขนาดที่สามารถใช้ล้างฟิล์มขนาด 35มม.ได้สองม้วน ในกระบอกเดียวกัน... เข้าใจว่าเวลาซื้อกระบอกพลาสติค เขาจะให้ล้อมาเพียงล้อเดียว ซึ่งเราจะต้องซื้อเพิ่มอีก 1 ล้อ ส่วนที่เป็น stainless steel นั้น เขาจะขายแยก ไม่มีล้อให้ต้องซื้อแยกต่างหาก (กระบอกประเภทพลาสติค สามารถใช้ล้อเดียวกันกับที่ใช้สำหรับฟิล์ม 35 มม. และล้างฟิล์ม 120 ได้อีกต่างหาก เนื่องจากตัวล้อสามารถขยายขนาดได้ ส่วนกระบอก stainless steel นั้นหากจะใช้ล้างฟิล์ม 120 ก็จะล้างได้เพียงม้วนเดียวเท่านั้น และจำเป็นต้องใช้ล้อเฉพาะขนาดอีกต่างหาก... และไม่แนะนำให้ซื้อกระบอก stainless steel ขนาดเล็กสุด ซึ่งจะใช้ล้างฟิล์ม 35 มม. ได้เพียงม้วนเดียว... จำกัดเกินไป)

   3. กรรไกร (scissors) หาขนาดเล็กๆไว้ 1คู่ เพื่อใช้ในการตัดหัวฟิล์ม (film leader) ก่อนจะทำการบรรจุเข้าล้อ และไว้ตัดส่วนท้ายสุดของฟิล์ม (หางฟิล์ม) ที่ติดเทปไว้กับแกน เมื่อบรรจุฟิล์มจนสุดม้วนแล้ว และใช้สำหรับตัดเนกาตีฟที่แห้งแล้ว ในการบรรจุเก็บเข้าซอง

   4. ที่เปิดขวด (bottle opener) ใช้สำหรับเปิดกลักฟิล์ม (casset) เพื่อนำฟิล์มออกมาบรรจุเข้าล้อ

   5. ที่ดึงหางฟิล์ม (film retreiver) ใช้สำหรับดึงหางฟิล์มออกจากกลัก



* น้ำยาเคมี และอุปกรณ์ ที่จะใช้ร่วมในการล้างฟิล์ม และใช้ในการผสม

   1. น้ำยาสร้างภาพของฟิล์ม (film-developer) ตัวนี้มีให้เลือกใช้ทั้งที่เป็นน้ำ (ผสมใช้ได้เลยตามสัดส่วน ที่บอกไว้ข้างขวดเก็บไว้ใช้ได้นาน) กับที่เป็นผง (ซึ่งจะ ต้องผสมใช้เองให้หมดทั้งซองในคราวเดียว อายุการเก็บสั้นกว่าอย่างชนิดน้ำ) มีให้เลือกหลายยี่ห้อด้วยกัน แต่ของ Kodak กับ Ilford จะเป็นที่นิยมและหาซื้อได้ง่ายกว่ายี่ห้ออื่น ใช้ได้เฉพาะฟิล์มอย่างเดียว... (มี Universal Developerที่สามารถใช้ได้กับฟิล์ม และกระดาษ แต่ยังไม่อยากจะแนะนำให้นำมาใช้ในระยะนี้)

   2. น้ำยาหยุดการสร้างภาพ (stop bath) เป็นน้ำ มีให้เลือกหลายยี่ห้อเช่นกันแต่ที่หาง่าย ก็จะมีของ Kodak เช่น Kodak Indicater Stop Bath และ Kodak 28% Acetic Acid...
      Indicater Stop Bath จะเปลี่ยนสี เมื่อประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ใช้ได้กับฟิล์ม และกระดาษ สัดส่วนของการผสมไม่ต่างกัน

   3. น้ำยาคงสภาพ (fixer) ตัวนี้ก็มีให้เลือกทั้งที่เป็นน้ำ และที่เป็นผง มีให้เลือกใช้หลายยี่ห้อเช่นกัน แต่ Kodak กับ Ilford ดูเหมือนว่าจะเป็นที่นิยมมากกว่า และหาซื้อได้ง่าย น้ำยาตัวนี้มีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท คือ "Hardening Fixer" กับ "Nonhardening Fixer" เราสามารถเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งได้ เพียงแต่ ว่าประเภท "Hardening" จะมีสารเคลือบให้กับผิวฟิล์ม และกระดาษป้องกันการขูดขีดข่วน ได้ดีกว่า "Nonhardening Fixer" ใช้ได้กับฟิล์มและกระดาษ
     
สัดส่วนของการผสม จะต่างกันบ้างในบางยี่ห้อ บางครั้งเราจะเห็นคำว่า "Rapid" อยู่หน้าคำว่า Fixer ด้วย ซึ่งหมายความว่า เป็นน้ำยาที่จะช่วยลดเวลา ในการใช้ให้สั้นลง... หากคิดว่าจะนำภาพไปย้อม (toning) ในอนาคตควร เลือกใช้ประเภท "Nonhardening" โดยปรกติทั่วไปแล้ว เขาก็จะใช้กันอยู่แค่นั้นละครับ บางคนถึงกับไม่เคยใช้ stop bath ซะด้วยซ้ำไป บอกว่าไม่จำเป็น...ใช้น้ำก็พอแล้ว แต่ถ้าเราต้องการที่จะให้งานของเราออกมามีคุณภาพดี ก็ควรจะใช้สิ่งของตามที่ได้รับการกำหนดมา ให้ใช้ตามขั้นตอน และถ้าหากว่าต้องการที่จะให้งานของเราดีขึ้น ก็ควรจะรวมน้ำยาอีกสองตัว ตามที่แนะนำมาข้างล่างนี้เข้าไปด้วย เพราะมันจะช่วยทำให้ชีวิตในห้องมืดสบายขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง... หากจะถามว่า จำเป็นหรือที่จะมีไว้ใช้ ?... หลายคนอาจจะบอกว่าไม่จำเป็น... แต่โดยส่วนตัวแล้วขอตอบว่า จำเป็นและสมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้... เหตุผลก็มาจาก คุณประโยชน์ของตัวมันเองครับ

   4. น้ำยาช่วยล้าง (wash-aid) มีให้เลือกใช้ทั้งแบบที่เป็นน้ำ และเป็นผงซึ่งจะต้องนำไปผสมกับน้ำเพื่อ ทำเป็น working solution สำหรับใช้ต่อไป.. ทำหน้าที่ช่วยขจัดน้ำยาคงสภาพ ที่ตกค้างอยู่บนฟิล์ม และกระดาษให้หมดไปได้เป็นอย่างดีและอย่างอย่างรวดเร็ว... จึงสามารถช่วยลดเวลาในการล้างฟิล์ม และกระดาษด้วยน้ำก๊อกลงไปมาก ซึ่งผลดีที่จะตามมาก็คือ จะช่วยประหยัดได้ทั้งเวลาและน้ำได้มากทีเดียวละครับ ที่ผมใช้ก็มีอยู่ตัวเดียว คือ Kodak Hypo Clearing Agent... ใช้ได้กับฟิล์มและกระดาษ

   5. น้ำยาเคลือบผิว (wetting agent) ที่หาใช้ได้ง่ายที่สุดคือ Kodak Photo-Flo แต่ก็ มียี่ห้ออื่นให้เลือกใช้ครับ... ทำหน้าที่ลดความตึงของผิวฟิล์ม ลดการเกาะของหยดน้ำบนผิวฟิล์ม (ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ฟิล์มเป็นจุดด่าง ยากต่อการทำความสะอาดภายหลัง) และช่วยให้ฟิล์มแห้งเร็วขึ้นด้วย

   6. ปรอท (thermometer) เครื่องมือใช้วัด อุณหภูมิ เพื่อควบคุมอุณหภูมิของน้ำ และน้ำยา ที่จะใช้ในกระบวนการล้างฟิล์ม ปรอทประเภท stainless steel ที่ มีแป้นแสดงรายละเอียดด้านบน ค่อนข้างจะแม่นยำ และอ่านค่าได้ง่าย โดยที่เราสามารถทิ้งปรอทแช่อยู่ในน้ำ หรือน้ำยา ไม่ต้องดึงออกมา... แต่เนื่องจากหาใช้ค่อนข้างจะยาก และแพงอยู่สักหน่อย หาแบบเป็นหลอดแก้วใช้ไปก่อนก็ได้ครับ

   7. นาฬิกาจับเวลา (timer/stopwatch) ใช้นาฬิกาอะไรก็ได้ แต่ถ้าจะให้ดีควรเป็นนาฬิกาจับเวลาประเภทนับถอยหลังได้ ใช้จับเวลาในการเขย่าล้างฟิล์ม จะใช้นาฬิกาข้อมือ ที่มีเข็มวินาที หรือที่เป็นดิจิตัลก็ได้

   8. ถ้วยตวงประเภทปากลีบ (graduate beaker) ใช้สำหรับวัด/ตวงปริมาณของน้ำ และน้ำยาเคมีที่ จะใช้ในการล้างฟิล์ม ควรจะเลือกหาประเภทที่บอกสัดส่วนละเอียดหน่อย เพื่อความสะดวกในการมอง และง่ายต่อการผสม แบบที่ใช้ในการทำอาหาร และขนมทั่วไปละเอียดไม่พอครับ

   9. โถ/เหยือกผสม (mixing jars) ใช้สำหรับผสมน้ำยาเคมี ที่จะใช้ในการล้างฟิล์ม จะใช้เหยือกแก้วหรือ เหยือกพลาสติคธรรมดาก็ได้... ขนาด 2 ลิตร 2 ใบ ก็น่าจะใช้ได้

  10. ภาชนะใส่น้ำยาในการเตรียมการล้าง (jug /pitcher) อาจเป็นโถ หรือเหยือกที่มีปากเป็นร่องลีบ เพื่อสะดวกในการ เท/ริน เป็นแก้วจะดีกว่าพลาสติค ในเรื่องของการทำความสะอาด ขนาดไม่ต้องใหญ่ จุได้ปริมาณเดียวกันกับกระบอกล้างฟิล์มก็พอ มีไว้ใช้ให้ครบกับน้ำยาที่จะต้องใช้ คือน้ำยาสร้างภาพ น้ำยาหยุดการสร้างภาพ น้ำยาคงสภาพ และน้ำยาช่วยล้าง จะดีที่สุดควรใช้ปากกากันน้ำเขียนกำกับไว้ว่า ชิ้นใดสำหรับใช้กับน้ำยาใด เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการใช้

  11. ภาชนะใช้เก็บน้ำยา (storage bottle/container) หากจะผสมน้ำยาจากผงเคมีหรือที่จะ ทำเป็น working solution จากน้ำยาประเภทน้ำ จะได้ไม่ต้องตวงกันบ่อยๆ ควรจะหาภาชนะที่สามารถจุได้ประมาณ 4 ลิตร หรือ 2 ลิตร สองใบเพราะผงเคมีที่จะใช้ผสม เป็นน้ำยาส่วนใหญ่ แล้วจะผสมได้ประมาณ 3.8 ลิตร ต่อ 1 ซอง ส่วน Kodak Hypo Clearing Agent นั้น 1 ซองจะผสมได้ 5 แกลลอนครับ ฉนั้น หากจะใช้ก็ต้องหาภาชนะใหญ่ๆ มาเตรียมเอาไว้... ส่วนภาชนะที่จะใช้เก็บน้ำยาทีใช้แล้ว เพื่อที่จะนำไปใช้ต่อในครั้งต่อไป เช่นน้ำยาสร้ างภาพ และ น้ำยาคงสภาพนั้น ขนาดไม่ต้องใหญ่นัก ใช้ขนาดเดียวกันกับขนาดของกระบอกที่ใช้ในการล้าง หรือใหญ่กว่านิดหน่อยก็น่าจะได้... ควรเขียนชื่อบอกประเภทของน้ำยาให้ชัดเจนบนขวด จะได้ไม่มีปัญหาในการใช้... ส่วนน้ำยาอื่นๆ เช่นน้ำยาหยุดการทำงาน น้ำยาช่วยล้าง และน้ำยาเคลือบ ไม่จำเป็นต้องเก็บครับ เพราะส่วนผสมไม่มากมายอยู่แล้ว ใช้เสร็จก็ทิ้งไปได้เลย

  12. กรวย (funnel) ใช้สำหรับกรองน้ำยา หรือผงเคมีที่จะใช้ผสมเป็นน้ำยาใส่ ขวด ควรเลือกหาประเภทที่มีที่กรองในตัวมาใช้ ก็จะดีครับ

  13. น้ำกลั่น (purified water) เป็นน้ำสะอาดปราศจากสิ่งแปลกปลอม ที่จะทำร้ายฟิล์มได้ใช้ ในการผสมน้ำยาเคมี

  14. ไม้คนในการผสมน้ำยา (stirring rod/mixing rod) จะใช้ตะเกียบ หรือช้อน stainless steel ด้ามยาวแบบใช้ผสมเหล้าก็ได้

  15. ถุงมือยาง (rubber gloves) สำหรับความปลอดภัย กับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการแพ้น้ำยาเคมีต่างๆ

OmAPanDaY

  • Administrator
  • Junior
  • *****
  • Posts: 74
  • ความขยัน +0/-100
  • Chelsea Team
  • Location: BangKok
    • View Profile
* ของใช้หลังจากที่ฟิล์มได้ผ่านกระบวนการล้าง มาจนครบขั้นตอนแล้ว...

   1. สายยาง (washing hose/water hose) ใช้ต่อจากก๊อก เพื่อใช้เสียบลงในกระป๋องล้างฟิล์ม.. มีของยี่ห้อ Jobo ที่มีสายติดท่อ (siphon) สามารถใช้เสียบเข้ากับร่องบน ของกระบอกล้างฟิล์มประเภทพลาสติคได้เลย มีรูอากาศเล็กๆ ตรงท่อทำให้น้ำไหลแรงกว่า การใช้สายยางธรรมดามาก

   2. คีมรีดน้ำจากเนกาตีฟ (negetive squeezers/squeegee tongs for film) ใช้สำหรับรีดน้ำออกจากเนกาตีฟได้ผลดี แต่ต้องระวังในเรื่องของความสะอาดกันหน่อย หากว่ามีอะไรที่ แข็งๆ ไปติดกับยางของคีมพอรีดไปแล้ว ก็จะได้รอยจารึกบนเนกาตีฟทั้งม้วน ไปตลอดกาล

   3. ฟองน้ำ (photographic sponge) เป็นฟองน้ำละเอียด และนุ่มมากเมื่อเปียกใช้ลูบเช็ดน้ำออกจากฟิล์ม/เนกาตีฟ แต่ต้องระวังในเรื่องของความสะอาดของฟองน้ำเช่นกัน

   4. ที่แขวนเนกาตีฟ (negative hangers/clips) เป็นอุปกรณ์ใช้หนีบแขวนเนกาตี ฟ เพื่อตากให้แห้ง ปรกติจะมาเป็นคู่ และมีน้ำหนักต่างกัน ชิ้นหนึ่งเบาใช้คีบด้านบนที่จะใช้แขวน อีกชิ้นหนักกว่าใช้หนีบด้านล้างเพื่อถ่วงให้เนกาตีฟให้ตรง และไม่แกว่งไปมาได้ง่าย ตัวหนีบเนกาตีฟนี้จะมีเข็มที่ตรงส่วนที่จับเนกาตีฟ ซึ่งเราต้องบีบให้ทะลุเนกาตีฟ เพื่อกันหลุดยามฉุกเฉิน ใช้ไม้หนีบผ้าไปก่อนได้... ตากเนกาตีฟในที่ที่ฝุ่นไปถึงได้ยากหน่อยครับ

   5. ซองใส่เนกาตีฟ (negative sleeve) หลังจากเนกาตีฟที่ล้าง และแห้งดีแล้วก็จะนำมาเก็บไว้ในซองใส่เนกาตีฟ ซึ่งเป็นแผ่นมีช่องเก็บเป็นแถบ ขนาดความยาวที่มีให้เลือกก็จะเป็น 5 6 หรือ 7 frames ต่อแถบ/ช่อง... เรื่องของการเก็บรักษาเนกาตีฟที่เราผลิตมา ซองที่จะใช้จึงควรจะเป็น ซองประเภทที่ไม่มีสารเคมีเจือปนอยู่ ที่เรียกว่า Archival Quality... จะเลือกใช้ซองธรรมดาไปก่อนก็ได้ครับ แต่ขอเตือนว่าเนกาตีฟของคุณ อาจจะอยู่ไม่ถึง 50 ปี ก็ได้นะ!

   6. ถุงมือผ้า (gloves) ชิ้นนี้แนะนำให้ใช้มากๆ เลยครับ... ถุงมือผ้าขาวบางๆ อย่างที่เห็นเขาใช้ในแล็ปอัด-ขยายภาพทั่วไปนั่นละครับ.. มันจะช่วยไม่ให้รอยนิ้วมือของเรา ไปปรากฎบนเนกาตีฟได้เป็นอย่างดี... ใช้ได้ในทุกขั้นตอนที่จะต้องมีการหยิบ จับ เนกาตีฟครับ



    * กลุ่มของสิ่งอื่นๆ ที่สมควรที่จะมี และของกระจุกกระจิกที่ต้องใช้...

...ที่ กรองน้ำ ( water filter) ควรมีไว้สำหรับกรองน้ำประปาที่ จะใช้ล้างฟิล์มเพราะน้ำที่ไหลผ่านก๊อกมานั้นจะมีสิ่งแปลกปลอมมาด้วยเสมอ ซึ่งก็เป็นไปได้ที่จะไปเกาะติดอยู่กับเยื่อไวแสงของฟิล์มที่ยังนุ่มอยู่ และจะติดไปชั่วกัลป์
...น้ำแข็ง มีไว้สำหรับลดอุณหภูมิของน้ำ และน้ำยา
...ภาชนะประเภทถาดก้นลึก ใช้ใส่น้ำควบคุมอุณหภูมิของน้ำยา
...ผ้ากันเปื้อน (apron) ใช้ใส่ป้องกัน น้ำยากระเด็นโดนเสื้อผ้าใน ขณะทำงาน
...ผ้าเช็ดมือ (towel) ไว้เช็ดมือครับ ควรแยกไว้ใช้เฉพาะกิจ
...กระดาษเช็ดมือ (paper towel) ไว้เช็ดมือหรือทำความสะอาดแล้วทิ้งเลยครับ
...ผ้าเช็ดทำความสะอาด (rag) ไว้เช็ดทำความสะอาดทั่วไป ควรแยกจากผ้าใช้ทำความสะอาดในบ้าน
...ฟองน้ำทำความสะอาดอุปกรณ์ (cleaning sponge) ไว้ทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องมืด ควรแยกจากที่ใช้ทำความสะอาดอื่นๆ ในบ้าน
...น้ำยาทำความสะอาด สำหรับทำความสะอาดอุปกรณ์และพื้นที่ หลังการทำงาน
...ตะแกรงตากอุปกรณ์ (drying rack) ไว้ตากกระบอกล้างฟิล์ม ล้อใส่ฟิล์ม และอุปกรณ์อื่นๆ
...ที่ ตากเนกาตีฟ (negative dryer) จะเป็นตู้คล้ายตู้ใส่เสื้อผ้าพลาสติค ใช้ความร้อนอบ หรือเป่าให้แห้ง บ้านเราอากาศร้อนอยู่แล้ว คงจะไม่ถึงขนาดต้องมีแต่ก็ต้องหาที่ที่ปราศจากฝุ่นจริงๆ ในการตากเนกาตีฟ เพราะเมื่อเนกาตีฟยังเปียกอยู่ อะไรก็แล้วแต่ที่ลอยอยู่ในอากาศ มีโอกาศที่จะไปติดกับเยื่อไวแสงของเนกาตีฟได้ โดยที่เราไม่มีโอกาสรู้ เมื่อเนกาตีฟแห้งแล้ว จะปัดอย่างไรก็ไม่ออก... เป็น
จุดๆ ติดอยู่บนเนกาตีฟตลอดไป อาจใช้ตู้ใส่เสื้อผ้าพลาสติค สำหรับการตากเนกาตีฟก็คงจะได้
...แฟ้ม เก็บเนกาตีฟ (negatives file) ตัวนี้จะต่อเนื่องไปกันกับขั้นต่อไปครับ.. ขั้นตอนของการอัดขยาย เพราะจะเป็นแฟ้มที่เราเก็บเนกาตีฟ ควบคู่กันไปกับ contact sheet ที่ได้รับการอัดมาจากเนกาตีฟชุดนั้นๆ

สำหรับผู้ที่ ต้องกาประหยัด... หลายอย่างที่เอ่ยมาอาจจะใช้แทนกันได้ หรือตัดออกไปได้...ถ้าจำเป็นและหลายคนอาจจะมีสิ่งของอื่นๆ ที่ใช้อยู่ประจำซึ่งผมไม่ได้เอ่ยถึงอีกก็ได้ (ทั้งนี้อาจจะรวมไปถึงเครื่องอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกเช่น โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง ฯลฯ ในห้องมืด)... ใครมีอะไรเพิ่ม หรือมีความเห็นอย่างไร ช่วยกรุณาแนะนำ หรือส่งความคิดเห็นเข้ามาแบ่งปันความรู้กับพวกเราได้ครับ

ต่อไปจะ เป็นการคุยกันถึงเรื่องของการโหลดฟิล์ม และล้างฟิล์มครับ... เราจะแสดงให้ดู ให้เห็นกันแบบ จะ จะ ที่นี่ และตรงนี้ เตรียมตัว และเตรียมซื้อหาอุปกรณ์เครื่องใช้ไว้ให้ครบ เราจะต้องใช้กันแล้วละ... แล้วพบกันครับ

หมายเหตุ : คัดลอกมาจาก จดหมายข่าว ชมรมภาพถ่ายขาวดำฯ เดือนพฤศจิกายน 2546